ก.พลังงานไม่รอค่ายรถฯ เตรียมเปิดขายไบโอดีเซลเกรดพิเศษดูดซับปาล์ม

Posted By on March 30, 2018

ก.พลังงานเตรียมออกมาตรการช่วยเกษตรกรผู้ปลูกปาล์ม โดยเตรียมสนับสนุนให้ขายน้ำมันเกรดพิเศษผสมมากกว่าบี 7 ราคาต่ำจูงใจผู้ใช้รถยนต์ บี้โรงกลั่นฯ ปรับปรุงกระบวนการผลิต หากไม่ต้องการนำเข้าน้ำมันพื้นฐาน หลังความนิยมแก๊สโซฮอล์ 95 พุ่งสูงขึ้น

นายศิริ จิรพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงฯ กำลังพิจารณาเรื่องการเปิดจำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซลเกรดพิเศษ เพื่อเป็นทางเลือกแก่ผู้ใช้รถยนต์ด้วยแรงจูงใจ ราคาอาจต่ำเป็นพิเศษด้วยเงินกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาดูแล โดยเกรดนี้จะทำให้ใช้น้ำมันปาล์มเพิ่มขึ้นช่วยเหลือเกษตรกร

“กระทรวงพลังงานจะเปิดเป็นทางเลือกให้ผู้ใช้ ด้วยกลไกราคาต่ำ ควบคู่กับหารือค่ายรถยนต์เรื่องมาตรฐานบี 10 ไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งจะเป็นการช่วยเกษตรดูดซับปาล์มน้ำมัน (ซีพีโอ) เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันใช้บี 7 ซึ่งใช้ซีพีโอ 1.2 ล้าน.ตัน/ปี มากกว่าการใช้เพื่อบริโภคที่ 1.1 ล้านตัน/ปี” นายศิริ กล่าว

นายศิริ กล่าวว่า ทางผู้ค้าน้ำมันคงไม่สามารถสตอกซีพีโอเพิ่มขึ้น เพราะที่ผ่านมาช่วยสตอกจนถังเก็บเต็มแล้ว ซึ่งเดิมขอให้สตอก 2 เดือนจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ แต่จากสตอกซีพีโอยังมีปริมาณสูงและผลปาล์มฤดูกาลใหม่กำลังออกสู่ตลาด กระทรวงฯ จึงขอความร่วมมือสตอกแบบหมุนเวียนไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม ส่วนจะขอความร่วมมือต่อไปจนถึงเดือนเมษายนหรือภาครัฐจะช่วยเหลือผู้ค้าจากการรับภาระต้นทุนสตอกอย่างไรนั้นกำลังพิจารณา

ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560 ผู้ค้าให้ความร่วมมือรับซื้อซีพีโอ ประมาณ 100,000-200,000 ตันใช้วงเงินของเอกชนในการดูดซับน้ำมันปาล์มกว่า 2,000 ล้านบาทในส่วนนี้จะแบ่งออกเป็นการเพิ่มกำลังผลิตบี 100 เพื่อสตอก 2 ล้านลิตร และสตอกน้ำมันปาล์มดิบเพื่อเตรียมพร้อมผลิตบี 100 อีกประมาณ 60 ล้านลิตร ซึ่งบางจากฯ ระบุว่าผลของการสตอกดังกล่าวทำให้มีภาระต้นทุนนับร้อยล้านบาท

นายศิริ กล่าวด้วยว่า ไม่มีแนวคิดยกเลิกการจำหน่ายน้ำมันประเภทหนึ่ง เช่น แก๊สโซฮอล์ 91 โดยให้กลไกตลาดเป็นตัวตัดสินใจของผู้ใช้ ขณะที่หัวจ่ายปั๊มไม่ใช่ปัญหาเรื่องไม่เพียงพอ เพราะจากเทคโนโลยีที่พัฒนา ต้นทุนหัวจ่ายก็ต่ำลง ทำให้หัวจ่ายสามารถสร้างได้เพิ่มขึ้น ส่วนการที่โรงกลั่นน้ำมันระบุน้ำมันพื้นฐาน G-Base 95 ไม่เพียงพอ ต้องนำเข้า และต้องส่งออก G-Base 91 เพราะความนิยมแก๊สโซฮอล์ 95 เพิ่มขึ้นนั้น ทางโรงกลั่นคงต้องปรับปรุงกำลังผลิตของตนเองให้เกิดความสมดุลสนองตอบผู้บริโภค เพราะกระทรวงฯ ไม่มีแผนสนับสนุนแต่อย่างใด.- สำนักข่าวไทย