สัมผัส “ละโว้” ในความรุ่งเรืองของ นารายณ์ราชนิเวศน์

Posted By on March 31, 2018

ถ้ากระทรวงวัฒนธรรมจะเกาะกระแสละครดังอย่าง “บุพเพสันนิวาส” ในการโปรโมทการท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กระทรวงวัฒนธรรมก็ควรจะใช้โอกาสเดียวกันนี้ในการโปรโมทการท่องเที่ยวเมืองลพบุรี หรือเมืองละโว้ในอดีตไปเสียด้วยกันเลย เพราะ เมืองละโว้ หรือ ลพบุรี นั้นรุ่งเรืองที่สุดในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ นอกจากจะเป็นที่ประทับเพื่อหลีกหนีจาก การเมืองในพระราชสำนักแล้ว ยังเป็นสถานที่ที่พระองค์ เสด็จสวรรคต และเป็นการสิ้นสุดแผ่นดินที่ปกครองโดยราชวงศ์ปราสาททองอีกด้วย

ละโว้ เมืองที่พระนารายณ์ไว้ตั้งรับการเมืองในราชสำนัก
ตามเอกสารทางประวัติศาสตร์นั้น ระบุว่า สมเด็จพระนารายณ์มหาราชเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2231 ณ พระที่นั่งสุทธาสวรรย์ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ เมืองละโว้ หรือ จังหวัดลพบุรีในปัจจุบัน พระราชวังที่พระองค์ทรงโปรดให้สร้างหลังขึ้นครองราชย์ได้ 10 ปี

ในจดหมายเหตุลาลูแบร์ นั้นระบุไว้ว่า พระบรมมหาราชวังที่กรุงศรีอยุธยา และ ที่ละโว้นั้นมีความโอ่อ่าคล้ายกัน โดยลาลูแบร์ ได้ระบุถึงการรับพระราชทานเลี้ยงในพระราชอุทยานในพระบรมมหาราชวังเมืองละโว้ไว้ว่า “ภายในห้องโถงแห่งหนึ่งซึ่งผนังสูงขึ้นไปจรดหลังคา และรองรับตัวหลังคาไว้ ผนังได้รับการโบกปูนสีขาวผ่องเรียบและเป็นมันวับ แม้ว่าพระราชอุทยานที่ละโว้จะไม่กว้างขวางเท่าไรนัก ถูกสร้างอย่างเรียบๆ แต่สดชืนและเป็นที่น่ารื่นรมย์

พระนารายณ์ราชนิเวศน์ นั้นไม่เพียงแต่จะมีความสำคัญในฐานะที่เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ หากแต่ยังเป็นสถานที่ที่ องค์พระนารายณ์ ใช้เป็นที่ป้องกันพระองค์เองจากการเมืองในราชสำนักในสมัยอยุธยาตอนกลางที่เต็มไปด้วยการขัดแย้งและแย่งชิงอำนาจ

ฉากสุดท้ายของนารายณ์ราชนิเวศน์
แต่ท้ายที่สุดแล้ว พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ก็ไม่สามารถหนีการเมืองในราชสำนักได้พ้นเมื่อ การเมืองเดินทางมาหาสมเด็จพระนารายณ์ จากการยึดอำนาจของพระเพทราชา ที่ยึดพระราชวังละโว้ได้ในวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2231 จากนั้นพระเพทราชา ได้สั่งให้ทหารคุมตัวขุนนางต่างชาติ อย่าง คอนสแตนติน ฟอลคอน มาจาก บ้านวิชาเยนทร์ รวมถึง พระปีย์ พระราชบุตรบุญธรรมของ พระนารายณ์ ก่อนที่จะมีคำสั่งให้ประหารทั้งสองคน

หลังจากนั้นไม่นาน สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เสด็จสวรรคต อันเป็นการสิ้นสุดการปกครอง

อาณาจักรอยุธยาโดยราชวงศ์ปราสาททอง และ เริ่มต้นการปกครองด้วยราชวงศ์บ้านพลูหลวง ที่สถาปนาโดยพระเพทราชา หลังได้ทำพิธีบรมราชภิเษก

ทั้งหมดนั้นคือเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วเกือบ 400 ปี และเรื่องราวของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และเมืองละโว้ ในปัจจุบันเหลืออยู่เพียง นารายณ์ราชนิเวศน์ บ้านวิชาเยนทร์ และ งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ ทีจะมีขึ้นเพื่อระลึกถึงการสร้างให้ ละโว้ (ลพบุรีในปัจจุบัน) ให้เป็นเมืองที่มีความสำคัญระดับเมืองลูกหลวง ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์

พระนารายณ์ราชนิเวศน์ นั้นถูกสร้างในปี 2209 เป็นสถานที่ที่สมเด็จพระนารายณ์ใช้เป็นที่ประทับออกว่าราชการ ล่าสัตว์ และ ต้อนรับแขกเมือง การเดินทางจากอยุธยา มายัง ลพบุรีนั้น อาศัยทางแม่น้ำเป็นหลัก ซึ่งระยะทางจากอยุธยาไปยังละโว้ ในอดีตนั้นไม่ใช่การเดินทางแค่ลัดมือเหมือนดังเช่นในปัจจุบัน แต่ด้วยความที่ละโว้ คืออาณาจักรโบราณในยุคปลายทวราวดี ทำให้เมืองนั้นเหมาะอย่างยิ่งในการสร้างพระราชวังแห่งที่สอง

ภายในนารายณ์ราชนิเวศน์ (ชื่อที่ถูกตั้งขึ้น หลังพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้บูรณะพระราชวังขึ้นมาใหม่) ความรุ่งเรืองของ เมืองละโว้นั้นมีอยู่เฉพาะในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ เมื่อพระองค์เสด็จสวรรคต พระราชวังที่พระองค์รู้สึกเป็นบ้านอย่างแท้จริง ก็ถูกปล่อยให้ทิ้งร้าง จนกระทั่งเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง และ เมื่อถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้มีการบูรณะพระราชวังแห่งนี้ที่เมืองลพบุรี ก่อนที่จะทรงพระราชทานนามให้ใหม่ว่า “นารายณ์ราชนิเวศน์

reception_hall_of_foreign_env

ไปเที่ยวเมืองละโว้ (ลพบุรี) กันเถอะ
การเดินทางไปยังเมืองละโว้ หรือ จังหวัดลพบุรีในปัจจุบันเป็นเรื่องง่ายที่ใช้เวลาเพียงแค่ 1-2 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับคุณว่าจะเลือกใช้ยานพาหนะในการเดินทางแบบไหน

รถโดยสารประจำทาง : สามารถใช้บริการรถโดยสารประจำทางของบริการขนส่งทางบกที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 (จตุจักร) เส้นทางสายกรุงเทพฯ-ลพบุรี (รวมถึงจังหวัดอื่นๆที่ผ่านเข้าลพบุรี) มาลงที่สถานีขนส่งลพบุรี ได้ทุกวัน

รถไฟ : สามารถใช้บริการรถไฟจากสถานีรถไฟกรุงเทพ(หัวลำโพง) เดินทางไปยังสถานีลพบุรี จังหวัดลพบุรีได้โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง โดยสามารถตรวจสอบตารางเวลาและรายละเอียดค่าโดยสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.railway.co.th/ จากนั้นใช้บริการรถรับจ้างภายในตัวจังหวัดหรือเดินต่ออีกประมาณ 15 นาที เพื่อไปยังพระนารายณ์ราชนิเวศน์

รถยนต์ : พระนารายณ์ราชนิเวศน์ อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไปประมาณ 140 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวที่ขับรถยนต์สามารถนำรถไปจอดยังลานจอดรถที่อยู่บริเวณใกล้เคียงได้

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ เปิดวันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น.

โบราณสถานพระนารายณ์ราชนิเวศน์ เปิดบริการวันจันทร์ – วันอาทิตย์ 09.00-16.30 น. โดยเสียค่าเข้าชม 30 บาท ถ้าเป็นชาวต่างชาติเสียค่าเข้าชม 150 บาท ทั้งนี้นักเรียนนักศึกษาในเครื่องแบบ, ผู้สูงอายุ, ภิกษุสามเณรและนักบวชในศาสนาต่างๆ ไม่เสียค่าธรรมเนียมเข้าชม

ขอบคุณข้อมูล จาก sanook.com